วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

อาหารประจำชาติไทย

        อาหารหลักของคนไทยคือข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว ทั้งข้าวจ้าว ข้าวเหนียว ขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น  อาหารไทยเป็นหนึ่งในอาหารที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก อันเนื่องมาจากรสชาติที่โดดเด่น เครื่องปรุงที่หลากหลาย และส่วนผสมอาหารไทยส่วนมากไม่ใช่ให้เพียงแค่คุณค่าทางอาหาร แต่ยังมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยร่างกายสามารถต้านทานต่อโรคต่างๆได้ดีอีกด้วย



ข้าว อาหารหลักของคนไทย


อาหารไทยในแต่ละภาคมีความแตกต่างกันและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาหารแต่ละภาคที่มีชื่อเสียงมีดังนี้


ภาคเหนือ อาหารเหนือที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยม เช่น น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง แคปหมู น้ำเงี้ยว ข้าวซอย ลาบ ลู่ แกงฮังเล ยำไก่ ยำขนุน ไส้อั่ว แกงแค แกงหอยขม เป็นต้น


น้ำพริกอ่อง อาหารขึ้นชื่อของภาคเหนือ



ภาคอีสาน อาหารอีสานมีหลายเมนูที่กลายเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ เช่น ส้มตำ น้ำตก ไก่ย่าง ลาบ ก้อย ซกเล็ก ไส้กรอกอีสาน ต้มแซบ เสือร้องไห้ ซุปหน่อไม้ เป็นต้น โดยแต่ละเมนูได้รับการดัดแปลงให้มีส่วนผสมและรสชาติให้เหมาะกับแต่ละท้องถิ่น



ส้มตำ เมนูยอดนิยมของคนอีสานและคนไทยทั่วไป



ภาคกลาง อาหารภาคกลางอาจเรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานอาหารไทยที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก อาหารภาคกลางที่มีชื่อเสียง เช่น ต้มยำ แกงจืด แกงเลียง ต้มกระทิ ต้มข่า ผัดไท แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน แกงป่า ต้มโคล้ง ยำประเภทต่างๆ ผัดผัก ผัดเผ็ด ของทอดต่างๆ ผัดกระเพรา ผัดกระเทียม ผัดพริกแกง ข้าวผัดชนิดต่างๆ น้ำพริกชนิดต่างๆ เป็นต้น




ต้มยำกุ้ง อาหารไทยภาคกลางที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก



ภาคใต้ อาหารใต้ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติที่เข้มข้นและเครื่องแกงที่เผ็ดร้อน อาหารใต้ที่ได้รับความนิยม เช่น สะตอผัดกุ้ง คั่วกลิ้ง แกงเหลือง แกงเผ็ดปลาต่างๆ แกงไตปลา แกงคั่ว ข้าวหมกชนิดต่างๆ เป็นต้น เนื่องจากความร้อนแรงของรสชาติอาหาร ดังนั้นอาหารใต้ต้องมีผักสดแกล้มพร้อมน้ำพริกกระปิด้วยเสมอ



คั่วกลิ้ง อาหารยอดนิยมของภาคใต้

ศาสนาและภาษา


ภาพชาวเขาเผ่าแม้วในประเทศไทย

ข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ณ สิ้นปี พ.ศ. 2555 ประเทศไทยมีประชากรทั้งหมด 64,456,695 คน แบ่งเป็นชาย 31,700,727 คน และหญิง 32,755,968 คน
ประเทศไทยถือได้ว่ามีความหลากหลายทางเชื้อชาติมากที่สุดประเทศหนึ่ง ประชากรไทยมีพื้นเพมาจากเชื้อชาติดังนี้ ไทยแท้ (หรือไทยสยาม) ไทยเชื้อสายลาว ไทยเชื้อสายมอญ ไทยเชื้อสายเขมรชาวไทยเชื้อสายจีน ไทยเชื้อสายมลายู ไทยเชื้อสายชวา (หรือแขกแพ) ไทยเชื้อสายจาม (หรือแขกจาม) ไทยเชื้อสายเวียดนาม ไทยเชื้อสายพม่า และไทยเชื้อสายชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น ชาวกะเหรี่ยง ลีซอ ชาวม้ง ส่วย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแรงงานต่างด้าวอีกไม่น้อยกว่า 3 ล้านคนอาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยเป็นแรงงานถูกกฏหมายเพียง 1,400,000 คน ที่เหลือเป็นแรงงานที่หลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฏหมาย
ประเทศไทยมีภาษาไทยเป็นภาษาราชการ แต่ในภาษาพูดประชาชนนิยมใช้ภาษาถิ่นในการสื่อสารกัน ภาษาถิ่นในประเทศไทยมีนับร้อยภาษา โดยที่ภาษาถิ่นที่มีผู้ใช้มาก เช่น ภาษาไทยเหนือ หรือ ภาษาคำเมือง ภาษาไทยอีสาน ภาษาไทยใต้ ภาษายาวี ภาษาลาว (ลาวโซ่ง ลาวพวน) ภาษาเขมร ภาษาไทยโคราช ภาษาจีนแต้จิ๋ว ภาษาจีนกลาง ภาษามอญ ภาษาชาวเขาต่างๆ (กะเหรี่ยง ขมุ ม้ง มูเซอ ลีซอ) ภาษามอแกน และภาษาประจำถิ่นอื่นๆ


ศาสนาในประเทศไทย

ในประเทศไทย ประชาชนทุกคนมีเสรีภาพที่จะนับถือศาสนาใดก็ได้ตามแต่ศรัทธาของตน โดยที่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะและทรงอุปถัมภ์ทุกศาสนา ศาสนาที่มีผู้นับถือมากและได้รับการอุปถัมภ์จากรัฐบาลและองค์พระมหากษัตริย์ได้แก่
– ศาสนาพุทธ ในประเทศไทยมีผู้นับศาสนาพุทธ 93.83%
– ศาสนาอิสลาม ในประเทศไทยมีผู้นับศาสนาอิสลาม 4.56%
– ศาสนาคริสต์ ในประเทศไทยมีผู้นับศาสนาคริสต์ 0.80%
– ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ในประเทศไทยมีผู้นับศาสนาพราหมณ์-ฮินดู 0.086%
– ศาสนาซิกข์ ในประเทศไทยมีผู้นับศาสนาซิกข์ 0.011%
หมายเหตุ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ







วันจันทร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ลักษณะภูมิประเทศ


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ประเทศไทย

ลักษณะทางภูมิศาตร์

ทวีป : เอเชีย
อนุทวีป : เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พิกัดที่ตั้ง :– ทิศเหนือ จรดเส้นรุ้ง 20 องศา 25 ลิบดา 30 ฟิลิบดา เหนือ– ทิศใต้ จรดเส้นรุ้ง 5 องศา 37 ลิบดา– ทิศตะวันออก จรดเส้นแวง 105 องศา 37 ลิบดา 30 พิลิบดา– ทิศตะวันตก จรดเส้นแวง 97 องศา 22 ลิบดา ตะวันออกพื้นที่ : ประเทศไทยมีพื้นที่ 513,115 ตารางกิโลเมตร (198,115 ตารางไมล์) หรือ 320 ล้านไร่ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 50 ของโลก อันดับ 12 ของทวีปเอเชีย และอันดับ 3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากประเทศอินโดนีเซียและประเทศพม่าพรมแดน :– ทิศเหนือ ติดกับประเทศพม่า และ สปป.ลาว จุดสูงสุดอยู่ที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย– ทิศใต้ ติดกับประเทศมาเลเซียและทะเลอ่าวไทย จุดต่ำสุดอยู่ที่ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา– ทิศตะวันออก ติดกับประเทศกัมพูชาและ สปป.ลาว จุดตะวันออกสุดอยู่ที่ อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี– ทิศตะวันตก ติดกับประเทศพม่าและทะเลอันดามัน จุดตะวันตกสุดอยู่ที่ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน





ลักษณะภูมิศาสตร์แยกตามภาค


ภาคเหนือ เป็นพื้นที่สูง มียอดเขาสูงสลับซับซ้อนมากมาย มีเทือกเขาสำคัญคือเทือกเขาถนนธงชัย ซึ่งยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทยคือดอยอินทนนท์ (สูง 2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเล) อยู่บนเทือกเขานี้ โดยตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคเหนือยังเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน (แม่น้ำทั้ง 4 สายนี้รวมกันเกิดเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา) แม่น้ำกก แม่น้ำรวก แม่น้ำสาย และแม่น้ำเมย เป็นต้น นอกจากนี้ภาคเหนือยังเป็นพื้นที่ป่าไม้ที่สำคัญของไทยด้วย



แผนที่ภาคเหนือ
แผนที่ภาคเหนือของไทย


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือที่คนไทยนิยมเรียกสั้นๆว่าภาคอีสาน มีลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่สูงหรือที่ราบสูง  เรียกว่าที่ราบสูงโคราช มีภูเขาสูงอยู่ทั่วไป ภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุดของไทย ดินไม่ค่อยเหมาะสมต่อการเพาะปลูกมากนัก แต่กลับเป็นพื้นที่สามารถปลูกข้าวพันธุ์ดีที่สุดของไทย (ข้าวหอมมะลิ) ได้ผลผลิตดีที่สุด แม่น้ำสายสำคัญของภาคอีสานคือแม่น้ำมูล แม่น้ำชี และแม่น้ำโขง


แผนที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แผนที่ภาคอีสานของไทย



ภาคกลาง เป็นที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ เรียกว่าพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญที่สุดของประเทศ และเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นอกจากแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วยังมีแม่น้ำป่าสัก (หรือแม่น้ำท่าจีน) เป็นแม่น้ำสายรองอีกด้วย ทำให้ภาคกลางมักไม่ประสบภาวะน้ำแล้ง



ภาคกลางของไทย

แผนที่ภาคกลางของไทย



ภาคใต้ มีพื้นที่เป็นทิวเขาสูงสลับที่ราบลุ่มและชายหาดทะเล เป็นแหล่งปลูกยางพาราที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยหมู่เกาะที่สวยงามทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน นอกจากอาชีพปลูกยางพาราและอาชีพบริการด้านการท่องเที่ยวแล้ว ประชากรในภาคใต้ยังประกอบอาชีพประมงและเหมืองแร่ด้วย




แผนที่ภาคใต้ของไทย

แผนที่ภาคใต้ของไทย


ภาคตะวันออก พื้นที่ของภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ลักษณะผสมผสาน กล่าวคือทางฝั่งตะวันออกของภาคเป็นเทือกเขาสูง ซึ่งเป็นเส้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ตอนกลางของภาคเป็นที่ราบซึ่งเหมาะสมต่อการเพาะปลูก ผลผลิตหลักของพื้นที่ส่วนนี้คือผลไม้ เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุดและมะม่วง เป็นต้น ส่วนทางฝั่งตะวันตกเป็นพื้นที่ชายทะเลที่สวยงามและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก เช่น พัทยา บางแสน สัตหีบ หาดแม่รำพึง หาดบ้านเพ และแหลมแม่พิมพ์เป็นต้น


แผนที่ภาคตะวันออกของไทย

แผนที่ภาคตะวันออกของไทย


ภาคตะวันตก พื้นที่ของภาคตะวันตกจะมีพื้นที่ 3 ลักษณะผสมกันกล่าวคือ ด้านตะวันตกที่ติดกับประเทศพม่าจะเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นป่าไม้ที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ เป็นทั้งป่าต้นน้ำและแหล่งอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ เช่น อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตอนกลางของภาคเป็นที่ราบลุ่มสามารถเพาะปลูกได้ผลดี ส่วนด้านตะวันออกเป็นส่วนที่ติดกับทะเล จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและมีชื่อเสียง เช่น หัวหินและชะอำ เป็นต้น นอกจากนี้ประชากรทางฝั่งตะวันออกบางส่วนยังประกอบอาชีพประมงด้วย


ภาคตะวันตกของไทย

แผนที่ภาคตะวันตกของไทย


        อากาศของไทยเป็นแบบเขตร้อน หรือแบบสะวันนา มีอุณหภูมิเฉลี่ย 18-34 °C และมีปริมาณฝนตกเฉลี่ยตลอดปีกว่า 1,500 มิลลิเมตร สามารถแบ่งได้เป็น 3 ฤดูกาล คือ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนเป็นฤดูร้อน ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคมเป็นฤดูฝน ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากทะเลจีนใต้และพายุหมุนเขตร้อน ส่วนในเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนมีนาคมเป็นฤดูหนาว ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจากประเทศจีนส่วนภาคใต้มีสภาพอากาศแบบป่าดงดิบ ซึ่งมีอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปี แบ่งได้เป็น 2 ฤดู คือ ฤดูฝนและฤดูร้อน โดยฝั่งทะเลตะวันออก ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน และฝั่งทะเลตะวันตก ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน

ประวัติความเป็นมา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ประวัติศาสตร์ไทย


        ประเทศไทยหรือชนชาติไทยมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน และในแผ่นดินสุวรรณภูมิแห่งนี้ก็มีอาณาจักรโบราณอยู่มากมาย เช่น อาณาจักรขอมโบราณ อาณาจักรทวาราวดี และอาณาจักรศรีวิชัย เป็นต้น ตามพงศาวดารของไทย ชนชาติไทยมีประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปจนถึงอาณาจักรโยนกและน่านเจ้า แต่หลักฐานต่างๆไม่ชัดเจนนัก ดังนั้นเราจึงนับประวัติศาสตร์ของชนชาติไทยจากหลักฐานที่ชัดเจนเท่านั้น นั่นก็คือนับตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัยเป็นต้นมา นับจากอาณาจักรสุโขทัยเป็นต้นมา 


ประเทศไทยได้ผ่านยุคหรืออาณาจักรต่างๆมาแล้ว 4 ยุค ดังนี้

1. สมัยอาณาจักรสุโขทัย

อาณาจักรสุโขทัยมีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดสุโขทัยในปัจจุบัน มีความเจริญรุ่งเรืองอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 1792 ถึง พ.ศ. 1981 รวม 189 ปี ก่อนที่สุดท้ายจะถูกยุบรวมกับอาณาจักรอยุธยา อาณาจักรสุโขทัยถูกสถาปนาขึ้นโดยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ และถือว่าพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็นกษัตริย์พระองค์แรกของชาติไทย อาณาจักรสุโขทัยมีกษัตริย์ปกครองทั้งหมด 8 พระองค์ รวมถึงพ่อขุนรามคำแหงมหาราชผู้ทรงคิดค้นอักษรไทยด้วย


2. สมัยอาณาจักรอยุธยา

อาณาจักรอยุธยาได้เริ่มสถาปนาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1893 ถึง พ.ศ. 2310 โดยสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง โดยมีที่ตั้งอยู่ ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน ต่อมาภายหลังได้ผนวกเอาอาณาจักรสุโขทัยเข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งด้วย อาณาจักรอยุธยาเจริญรุ่งเรืองอยู่ 417 ปี มีพระมหากษัตริย์ปกครองทั้งหมด 33 พระองค์ โดยเสียกรุงให้กับพม่าจำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เมื่อปี พ.ศ.2112 ต่อมาสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกอบกู้เอกราชได้สำเร็จ (อยุธยาตกเป็นประเทศราชของพม่าเป็นเวลา 15 ปี) ต่อมาอยุธยาตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าอีกครั้งในสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ เมื่อปี พ.ศ. 2310 และครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงใช้เวลา 6 เดือนในการกอบกู้เอกราชคืน



3. สมัยกรุงธนบุรี

ภายหลังกอบกู้เอกราชให้กับกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงย้ายเมืองหลวงจากอยุธยาลงมายังเมืองธนบุรี เนื่องจากอยู่ในชัยภูมิที่ดีกว่า ประกอบกับกรุงศรีอยุธยาได้รับความเสียหายหนักจากการโจมตีของพม่า จนยากจะบูรณะให้งดงามดังเดิมได้ อาณาจักรกรุงธนบุรีตั้งอยู่ ณ เมืองธนบุรี (ปัจจุบันถูกผนวกรวมกับจังหวัดพระนครแล้วเปลี่ยนชื่อเป็นกรุงเทพมหานคร แต่คนส่วนใหญ่ยังเรียกส่วนที่เคยเป็นจังหวัดธนบุรีว่า ฝั่งธนบุรีหรือฝั่งธน) ระยะเวลาการตั้งอยู่ของอาณาจักรธนบุรีเพียงแค่ 15 ปี และมีสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเป็นพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียว



4. สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ภายหลังการสิ้นสุดลงของอาณาจักรกรุงธนบุรีในปี พ.ศ. 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงให้ย้ายเมืองหลวงข้ามฝั่งมายังฝั่งพระนครและทรงสร้างเมืองหลวงใหม่ ซึ่งก็คือพระบรมมหาราชวังในปัจจุบัน นับจนถึงปัจจุบันกรุงรัตนโกสินทร์มีอายุครบ 232 ปี เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2557 ที่ผ่านมา และนับจนถึงปัจจุบันมีพระมหากษัตริย์ครองราชสมบัติเป็นพระองค์ที่ 9 หรือรัชกาลที่ 9 ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือ ในหลวงองค์ปัจจุบันนั่นเอง โดยทรงขึ้นครองราชย์ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2489 และทรงครองราชย์มาจนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 68 นับเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุดในโลก



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ประวัติศาสตร์ไทย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ประวัติศาสตร์ไทย


การเมืองการปกครอ

        ในปัจจุบันประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เช่นเดียวกับประเทศอังกฤษ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศมาเลเซีย ประเทศกัมพูชา และอีกหลายๆประเทศในยุโรป โดยที่พระมหากษัตริย์ทรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและทรงใช้อำนาจผ่าน 3 ทาง หรือ 3 ฝ่าย กล่าวคือ ทรงใช้อำนาจบริหารผ่านทางนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภา และทรงใช้อำนาจตุลาการผ่านทางศาลยุติธรรม

        ในอดีตประเทศไทยเคยใช้การปกครองระบอบอื่นมาแล้ว 2 ระบบคือ ระบอบพ่อปกครองลูกซึ่งใช้ในสมัยอาณาจักรสุโขทัย ในการปกครองระบอบนี้พระมหากษัตริย์จะเปรียบเสมือนพ่อและไพร่ฟ้าประชาชนจะเปรียบเสมือนลูก จากนั้นเปลี่ยนมาใช้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชในสมัยอาณาจักรอยุธยาจนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวหรือล้นเกล้ารัชกาลที่ 7 แห่งจักรีบรมราชวงศ์ ในระบอบนี้จะเปรียบพระมหากษัตริย์เหมือนสมมุตติเทพ และเปลี่ยนมาเป็นระบอบประชาธิปไตยเมื่อปี พ.ศ. 2475 มาจนถึงปัจจุบัน


หน้าแรก

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับประเทศไทย





ธงชาติไทย


ชื่อทั่วไป : ประเทศไทย, เมืองไทย, ไทย (Thailand)
ชื่ออย่างเป็นทางการภาษาไทย : ราชอาณาจักรไทย
ชื่ออย่างเป็นทางการภาษาอังกฤษ : The Kingdom of Thailand
พระประมุข : สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
หน่วยเงิน : บาท (THB)
เขตเวลา (Time Zone) : UTC+7 หรือ GMT+7 (เร็วกว่าเวลามาตรฐานกรีนนิช 7 ชั่วโมง)
รหัสโทรศัพท์ระหว่างประเทศ : 66 (การโทรศัพท์มายังประเทศไทยให้กด +66 ตามด้วยหมายเลขปลายทาง)
สัตว์ประจำชาติ : ช้าง
ดอกไม้ประจำชาติ : ดอกราชพฤกษ์ หรือดอกคูน (อีสาน) หรือ ดอกลมแล้ง (เหนือ)
ภาษาราชการ : ภาษาไทย (Thai)
ธงชาติ : เป็นธง 3 สี 5 แถบ โดยมีสีแดงอยู่แถบที่ 1 และแถบที่ 5 มีสีขาวอยู่แถบที่ 2 และแถบที่ 4 และมีสีน้ำเงินอยู่แถบที่ 3